“ เป็นผู้หญิงจริงแท้แสนลำบาก... ”

มักจะได้ยินเสียงบ่นแบบนี้ออกบ่อย เวลาผู้หญิงรุ่นใหญ่ในบ้านเกิดอาการหงุดหงิด
ในวันเบา ๆ หรือ วันที่ประจำเดือนมาบ้างไม่มาบ้างในแต่ละเดือน
ซึ่งช่วงหลังยิ่งได้ยินเสียงบ่นนี้บ่อย อาจเพราะรุ่นเก๋าในบ้านเองชักเริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่า
ที่มาบ้าง ไม่มาบ้างในแต่ละเดือน จะใช่อาการของคนเริ่มเข้าสู่วัยทองหรือเปล่า

พอช่วยออกความเห็นว่า “ น่าจะใช่... ”

 

อาการที่ตามมาก็คือ
ไม่... ฉันยังไม่เข้าวัยทองนะ เพราะอาการที่บอกว่า ร้อนวูบวาบ แบบที่เพื่อน ๆ เคยเล่าให้ฟัง ฉันก็ไม่เคยเป็นนะ (ยะ)

ก่อนที่จะปล่อยให้วิตกและกังวลเกินเหตุ และคิดต่าง ๆ นา ๆ ไปกันใหญ่ คนรุ่นหลาน ตัวเล็ก ๆ อย่างเรา
จึงไปหาคำตอบในเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะไม่ว่าจะนับอย่างไร อายุของที่แตะเลยเลขสี่ จนเริ่มจะเหยียบเลขห้าแล้ว
น่าจะเข้าข่ายของการเปลี่ยนแปลงช่วงวัย เพื่อเข้าสู่วัยทอง...ชัวร์
ซึ่งนอกจากเป็นการหาข้อมูลเพื่อเอาไปยืนยันแล้ว
ยังเป็นตัวช่วยให้เตรียมตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย
หลังจากได้พูดคุยกับอาจารย์หมอท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นสูติ-นารีแพทย์ จากโรงพยาบาลชื่อดัง ได้ให้ความรู้และคำแนะนำว่า

คนเข้าสู่ช่วง “ วัยทอง ” อายุจะเฉลี่ยอยู่ที่ 45-50 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลแตกต่างกัน
สังเกตง่าย ๆ ว่าการเข้าสู่ “ วัยทอง ” (menopause) อย่างสมบูรณ์
จะเกิดขึ้นหลังจากขาดประจำเดือนต่อเนื่องนาน อย่างน้อย 12 เดือน

 

 

โดยจะมี อาการบ่งบอกให้รู้ตัวชัดเจน คือ อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก(ตอนกลางคืน)
แต่มีบางกรณีใน “คนอ้วน” อาการร้อนวูบวาบอาจจะไม่มีแสดงออกมาให้รู้สึกเป็นปัญหา

โดยจะมีอาการผิดปกติเป็นสัญญาณเตือน ในเป็นช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน (perimenopause)
ประมาณ 3-5 ปีให้ทราบ จนเมื่อรังไข่หยุทำงาน ไม่มีอาการผลิตฮอร์โมนเพศหญิง
คือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอร์โรน จึงเข้าสู่วัยทองแบบสมบูรณ์

ส่วนอาการบ่งชี้อื่น ๆ เช่น อาการอ่อนเพลีย มึนศีรษะ นอนไม่หลับ หลงลืมง่าย อารณ์ไม่คงที่ อ่อนไหวง่าย
หงุดหงิดซึมเศร้า ผิวแห้ง ผมแห้ง ตาแห้ง กระดูกบางลง และ เปราะ หักง่าย อ้วนง่าย เพราะการเผาพลาญลดลง
อารมณ์เพศลดลงด้วย ช่องคลอดแห้ง ปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นไม่อยู่

การใช้ “ฮอร์โมน”เป็นหนึ่งตัวช่วยเมื่อเข้าสู่วัยทอง แต่ต้องปรึกษาและทำตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
ห้ามซื้อฮอร์โมนมาทานเองอย่างเด็ดขาด เพราะ ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทอง ไม่จำเป็นต้องทานฮอร์โมนทุกคน

เมื่อคุณหมอให้ความกระจ่างขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องตกใจกันนะคะว่า
จะสามารถก้าวข้าม “ ช่วงวัยทอง หรือ menopause ” ได้อย่างไร
ผ่านหลายฝนหลายหนาวมาขนาดนี้ เรื่องนี้ผ่านได้สบายค่ะ เพราะมีหลักปฏิบัติง่าย ๆ ที่คุณหมอฝากมาด้วยค่ะ ว่า
อาจจะเป็นการปรับเปลี่ยนไลฟสไตย์ใหม่ให้เข้ากับวัยที่เปลี่ยนแปลง ควบคู่ไปกับการใช้ฮอร์โมน (จากแพทย์)
ทานอาหารเพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม ดูแลตัวเองไม่ให้ร่างกายขาดวิตามินหรือแร่ธาตุที่จำเป็น

 

 

การรับประทานอาหาร ควรเน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมและผลิตภัณฑ์จากนม ควรเลือกชนิดไขมันต่ำ
หรือปราศจากไขมัน ทานปลาเล็กปลาน้อยที่ทานพร้อมกระดูก รับประทานผัก เช่น บรอกโคลี ใบยอ
รวมถึงผลไม้และธัญพืชต่าง ๆ และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1-2 ลิต
หากจำเป็นต้องรับประทานแคลเซียมเสริม ควรให้ได้วันละ 1,000 มิลลิกรัม

ออกกำลังกาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 120 นาที หรือ 30 นาทีต่อเนื่องสัปดาห์ละ 4 วัน
เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต หรือ growth hormone
นอนให้หลับก่อนเที่ยงคืน ตรวจสุขภาพประจำปีต่อเนื่อง ทำจิตใจให้สบาย ฝึกจิตให้สงบ
พยายามอย่าเครียด เพราะจะส่งผลเสียทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง

 

 

การเตรียมความพร้อมเพื่อตั้งรับกับวัยที่เปลี่ยนแปลง ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องตามที่กล่าวข้างต้น
จะช่วยให้ชีวิตมีความสุข และยืนยาว ผ่านช่วงวัยทองไปได้อย่างชิล ๆ เลยค่ะ ^^

ด้วยความรักและห่วงใยจาก
TOP Expert Health Care

 

#ดูแลผู้สูงอายุ #อยุธยา #ยุดยา #บริบาลผู้สูงอายุ #บริบาล #ดูแลคนแก่ #เฝ้าไข้ #ดูแลคนไข้ #หาผู้ดูแล #หาคนดูแล #คนป่วย #กรุงเทพและปริมณฑล #หาคนดูแลผู้สูงอายุอยุธยา #ผู้ป่วยติดเตียง