เมื่อถึงวัยที่ถดถอย ร่างกายที่เคยแข็งแรงก็อาจจะมีอ่อนแอแปรปรวน วัยเก๋าประจำบ้าน ต้องพกพายา
เพราะมีโรคประจำตัว หรืออาจจะมีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน แบบที่เราเองก็คาดไม่ถึง และเพื่อความไม่ประมาท
การรู้เทคนิคปฐมพยาบาล หรือ การช่วยเหลือเบื้องต้นในนาทีฉุกเฉิน ก่อนนำส่งโรงพยาบาล
จะเป็นตัวช่วย ที่ช่วยท่านได้อย่างทันท่วงที

 

 

โดยมีข้อมูลจากคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความรู้ไว้อย่างน่าสนใจ
ลูกหลานหรือคนใกล้ตัวสามารถนำมาปฏิบัติใช้ เพื่อช่วยวัยเก๋าประจำบ้านในนาทีฉุกเฉินได้เลย
เช่น กรณีเป็น ภาวะฉุกเฉินระบบการรู้สติ เช่น  เป็นลม  เป็นการหมดสติชั่วคราวเนื่องจาก เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
เช่น หิวเหนื่อย เครียด ตกใจกลัว จะมีอาการวิงเวียนศีรษะ ตาพร่า หน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออก ตัวเย็น

สามารถช่วยเหลือได้ ด้วยการพาเข้าที่ร่ม ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก
ให้นอนราบไม่หนุนหมอน ยกปลายเท้าให้สูงเล็กน้อย
คลายเสื้อผ้าให้หลวม พัด หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดบริเวณหน้า และมือ
ให้ดมแอมโมเนีย หรือยาดม

 

กรณีเป็น ภาวะฉุกเฉินระบบทางเดินหายใจ เช่น  โรคหอบหืด ซึ่งเป็นโรคหลอดลมที่มีการอักเสบเรื้อรัง
ทำให้เยื่อบุผนังหลอดลมมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารภูมิแพ้ ผลจากการอักเสบทำให้เยื่อบุผนังหลอดลมหนาตัวขึ้น
กล้ามเนื้อหลอดลมมีอาการหดเกร็ง ทำให้เกิดอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด และหอบเหนื่อย

                สามารถช่วยเหลือได้ คือ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ
หรือสาร ก่อภูมิแพ้ เช่น ขนสัตว์ ฝุ่นในบ้านหรือที่นอน อาหารทะเล เป็นต้น
ดื่มน้ามาก ๆ วันละประมาณ 8-10 แก้เพื่อช่วยใน การละลายเสมหะ
ออกกาลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และเมื่อมีอาการหอบควรหยุดทันที
ก่อนออกกาลังกายอาจ ต้องใช้ยาขยายหลอดลม 5-10 นาที เลือกกิจกรรมที่ เหมาะสมกับผู้สูงอายุ

 

 

ฝึกการบริหารปอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจ
รับประทานยา หรือ พ่นยาตามแผนการรักษาของแพทย์ ไม่หยุดยาเองและพบแพทยอ์ย่างสม่ำเสมอ
กรณีเป็น ภาวะฉุกเฉินระบบต่อมไร้ท่อ เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้าตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
พบได้บ่อยในผู้เป็นโรคเบาหวานที่รับการ รักษาด้วยยารับประทาน หรือยาฉีดเพื่อควบคุมระดับน้าตาลในเลือด

ให้สังเกตุอาการ หิวมากมือสั่น เหงื่อออก ตัว เย็น ใจสั่น หน้ามืด หัวใจเต้นแรงเร็ว มึนงง เวียน ศีรษะ ตาพร่ามัว
เห็นภาพซ้อน ความรู้สึกนึกคิดผิดไป สับสน หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย ชัก ฯลฯ
สามารถช่วยเหลือ โดยถ้าเป็นผู้สูงอายุรู้สึกตัว ควนให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เช่น น้ำหวาน 1 แก้ว
กล้วยหรือส้ม 1 ผล ไอศกรีม 2 สคูป ถ้าไม่ดีขึ้นใน 15 นาที ให้ดื่มเครื่องดื่มซ้ำ
ถ้าไม่ดีขึ้นอีกให้รีบ นำส่งโรงพยาบาล ที่ใกล้ที่สุด แต่ถ้าสูงอายุหมดสติ ควรให้รีบพาส่งโรงพยาบาลทันที

               ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง   คือ การมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์
ซึ่งต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล หากรักษาไม่ทัน อาจทำให้หมดสติ หรือ เสียชีวิตได้
ให้สังเกตอาการ ปัสสาวะบ่อย มีปริมาณปัสสาวะมาก กระหายน้าบ่อย ปากแห้ง ผิวแห้ง หน้าแดง หัวใจเต้นเร็ว
ชีพจรเร็ว หายใจเร็วลึก ต้องออกแรงหายใจ หายใจลาบาก ลมหายใจมีกลิ่นผลไม้ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน สับสน ฯลฯ

 

สิ่งที่ต้องรีบช่วยเหลือคือ ให้ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลลง
ถ้ามีเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้วที่บ้าน ควรเจาะเลือดเช็คดูเพื่อประเมินระดับน้ำตาลในเลือด
หากมีอากาชัก หรือ การรู้สึกตัวผิดปกติ ซึม หมดสติ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที
การดูแลวัยเก๋าในบ้าน สิ่งสำคัญคือ ความใส่ใจ หากพบอาการผิดปกติและนำส่งโรงพยาบาลได้เร็ว
หมายถึงลดความเสี่ยงของท่านต่อการเกิดทุพลภาพ หรือเสียชีวิต ได้มากขึ้นด้วย

 


ด้วยความรักและห่วงใยจาก
TOP Expert Health Care

 

#ดูแลผู้สูงอายุ #อยุธยา #ยุดยา #บริบาลผู้สูงอายุ #บริบาล #ดูแลคนแก่ #เฝ้าไข้ #ดูแลคนไข้ #หาผู้ดูแล #หาคนดูแล #คนป่วย #กรุงเทพและปริมณฑล #หาคนดูแลผู้สูงอายุอยุธยา #ผู้ป่วยติดเตียง